สิ่งที่แตกต่างระหว่างความรู้สองประเภท
ในเชิงปฏิบัติการที่มักจะมีการแบ่งความรู้ออกเป็น
2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ :ความรู้ประเภทแรก
เป็นความรู้ที่เห็นได้ชัดเจน เป็นรูปธรรม เป็นความรู้ที่อยู่ในตำรับตำรา เช่น พวกหลักวิชา
หรือทฤษฏีทั้งหลาย อันได้มาจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ผ่านกระบวนการพิสูจน์ ผ่าน
กระบวนการวิจัย เรามักเรียกกันทั่วๆ ไปว่าเป็น
“ความรู้ชัดแจ้ง” หรือ “Explicit Knowledge”ความรู้ประเภทสอง
เป็นความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน
จากการปฏิบัติ บ้างก็จัดว่าเป็น
ปฏิภาณไหวพริบ เป็นเทคนิคเฉพาะตัวของผู้ปฏิบัติแต่ละท่าน ถึงแม้ความรู้ประเภทที่สองนี้จะเห็น
ได้ไม่ชัดเจนเหมือนความรู้ประเภทแรก แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จได้เช่นกัน
(Tacit Knowledge) เป็นสิ่งที่เห็นได้ไม่ชัด เป็นความรู้ที่มา“เคล็ดวิชา” เป็น “ภูมิปัญญา” เป็นสิ่งที่มาจากการใช้วิจารณญาณรูปที่
ผลการวิจัยในต่างประเทศเคยสรุปสัดส่วนของความรู้สองประเภทนี้ว่า ความรู้ที่เป็นหลัก
วิชา ที่ต้องผ่านการพิสูจน์หรือเขียนออกมาเป็นทฤษฏีนั้นถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับความรู้ที่แฝง
อยู่ในตัวคน หากเปรียบกับภูเขาน้ำแข็ง
เห็นได้ง่าย คล้ายกับส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่พ้นน้ำ แต่ความรู้ส่วนที่เป็น
(ตามรูป) ความรู้ส่วนที่เป็น Explicit Knowledge นั้นจะTacit Knowledgeนั้นแฝงอยู่ในตัวคน ทำให้มองไม่เห็น เปรียบได้กับส่วนของภูเขาน้ำแข็งที่จมใต้น้ำ ซึ่งถ้านำมา
เทียบกันแล้ว จะพบว่ามีปริมาณมากกว่าส่วนที่พ้นน้ำค่อนข้างมาก
การที่เราเข้าใจความแตกต่างระหว่างความรู้ทั้งสองประเภทนี้ จะทำให้เราเข้าใจความหมาย
ของคำว่า
จะมาก จะเห็นได้ว่า ความรู้แจ้ง
จากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
Knowledge)
“จัดการ” ได้ชัดเจนดียิ่งขึ้น คุณลักษณะของความรู้สองประเภทนี้แตกต่างกันค่อนข้าง(Explicit knowledge) นั้นเป็นความรู้ที่ได้มาจากการทดลอง ได้มา(Scientific Method) เป็นความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์ (Provenเป็นความรู้ที่ผ่านการพิสูจน์ (Proven Knowledge) เป็นความรู้ที่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่อง“
นั้นมีคุณลักษณะที่เรียกได้ว่าค่อนข้างจะตรงกันข้าม คือมีลักษณะเป็น
ทั่วไป (Generalize)” ไม่ติดอยู่ในบริบทใดบริบทหนึ่ง ในขณะที่ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge)“เคล็ดวิชา” เป็นสิ่งที่ได้มา“
สดๆ” มีบริบท (Context) ติดอยู่ ยังไม่ได้ถูก “Generalize” ยังไม่ได้ “ถูกปรุง” แต่อย่างใด